การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า – อย่าปล่อยให้โลโก้โดนขโมย

การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า – อย่าปล่อยให้โลโก้โดนขโมย
22 มกราคม 2562

7 | การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า – อย่าปล่อยให้โลโก้โดนขโมย

เครื่องหมายการค้า หรือสัญลักษณ์ หรือตราที่ใช้กับสินค้าหรือบริการ ซึ่งเครื่องหมายที่ให้ความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543 และพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2559 มี 4 ประเภท ดังนี้
เครื่องหมายการค้า – TRADE MARK คือ เครื่องหมายที่ใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับสินค้า เพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น เช่น บรีส มาม่า กระทิงแดง เป็นต้น
เครื่องหมายบริการ – SERVICE MARK คือ เครื่องหมายที่ใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับบริการ เพื่อแสดงว่าบริการที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับบริการที่ใช้เครื่องหมายบริการของบุคคลอื่น เช่น เครื่องหมายของสายการบิน ธนาคาร โรงแรม เป็นต้น
เครื่องหมายรับรอง – CERTIFICATION MARK คือ เครื่องหมายที่เจ้าของเครื่องหมายรับรองหรือจะใช้เป็นที่หมาย หรือเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของบุคคลอื่น เพื่อเป็นการรับรองคุณภาพของสินค้าหรือบริการนั้น เช่น เชลล์ชวนชิม แม่ช้อยนางรำ ฮาลาล (HALAL) เป็นต้น
เครื่องหมายร่วม - COLLECTIVE MARK คือ เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการที่ใช้โดยบริษัทหรือวิสาหกิจในกลุ่มเดียวกัน โดยสมาขิกของสมาคม กลุ่มบุคคล หรือองค์กรอื่นใดของรัฐหรือเอกชน เช่น ตราช้างของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด เป็นต้น

บทบาทและความสำคัญของเครื่องหมายการค้าในเชิงพาณิชย์
1. เป็นสื่อกลางในการซื้อสินค้าและบริการ เครื่องหมายการค้าจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างผู้ผลิตสินค้ากับผู้บริโภคสินค้า โดยจะเป็นสัญลักษณ์แทนตัวผู้ผลิตสินค้า บอกแหล่งที่มาของสินค้า รวมทั้งเป็นสัญลักษณ์แสดงคุณภาพของสินค้าด้วย ซึ่งผู้ซื้อสินค้าจะเลือกซื้อสินค้าโดยการจดจำเครื่องหมายการค้าที่ใช้กับสินค้านั้น
2. รักษาสิทธิประโยชน์ของเจ้าของเครื่องหมายการค้า ผู้ที่ประดิษฐ์หรือสร้างเครื่องหมายการค้าขึ้นใช้ย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายที่จะได้สิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการใช้เครื่องหมายการค้านั้นกับสินค้าของตน รวมทั้งสิทธิที่จะโอนหรืออนุญาตให้ผู้อื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตนได้โดยจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ได้ นอกจากนั้น ยังมีสิทธิเรียกร้องค่าทดแทนทางแพ่ง หรือฟ้องร้องดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำละเมิดเครื่องหมายการค้าของตน
3. คุ้มครองผู้บริโภคสินค้า เมื่อสินค้าของแต่ละเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่แตกต่างกันย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค เพราะสามารถทราบตัวผู้ผลิตและแหล่งที่มาของสินค้า รวมทั้งคุณภาพของสินค้าโดยการพิจารณาเครื่องหมายการค้าที่ใช้กับสินค้านั้นๆ ทำให้สามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างถูกต้องตรงตามความต้องการ รสนิยมการบริโภค และสภาพเศรษฐกิจของแต่ละบุคคลได้โดยไม่สับสนหลงผิด
4. โฆษณาสินค้า โดยผู้บริโภคจะสามารถจดจำสินค้าต่างๆได้จากเครื่องหมายการค้าที่กำกับอยู่กับตัวสินค้านั้น การโฆษณาสินค้าจึงจำเป็นที่จะต้องให้ผู้บริโภครับรู้และจดจำเครื่องหมายการค้าได้โดยง่าย ติดหูติดตาเพื่อประโยชน์ในการแข่งขันและการขยายตลาดการค้า ดังนั้น การสร้างหรือประดิษฐ์เครื่องหมายการค้า จึงควรให้มีลักษณะที่สามารถจดจำเรียกขานได้ง่ายและมีความทันสมัยอยู่เสมอ
ขั้นตอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของประเทศไทย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ipthailand.go.th/th/trademark-005.html

เครื่องหมายการค้า รู้น้อยไป เสียหายได้
?? เครื่องหมายการค้า คือ สัญลักษณ์ของสินค้าและบริการไม่ว่าจะเป็น ชื่อ ตัวหนังสือ ตัวเลข ตรา สี ที่บ่งบอกความเป็นตัวตนหรือชื่อเสียงของสินค้าให้ผู้อื่นจดจำได้ ซึ่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีควรหันมาใส่ใจ “เครื่องหมายการค้า” ไม่ว่าคุณจะเป็นบริษัทเล็กหรือใหญ่ แบรนด์ดังหรือไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน ก็ควรจดทะเบียนคุ้มครองเครื่องหมายการค้าของคุณเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครนำไปใช้หรือลอกเลียนแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเปิด AEC รวม 10 ประเทศอาเซียนเป็นตลาดเดียว ทำให้สินค้าและบริการเคลื่อนย้ายระหว่างกันได้อย่างเสรี จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีคนลอกเลียนแบบ นำเครื่องหมายการค้าของคุณไปใช้ หรือนำไปจดทะเบียนในประเทศอื่นก่อนเจ้าของตัวจริง
สิ่งที่เอสเอ็มอีหลายคนยังไม่รู้ก็คือ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าจะคุ้มครองได้แค่ในประเทศที่เครื่องหมายการค้านั้นถูกจดทะเบียนไว้ นั่นก็แปลว่าการจดทะเบียนเอาไว้เพียงประเทศเดียว ไม่ได้คุ้มครองไปทั่วโลก เช่น จดทะเบียนในประเทศไทยก็จะได้รับความคุ้มครองแค่ในประเทศไทยเท่านั้น ทีนี้มาดูกันว่าหากเครื่องหมายการค้าของเราถูกคนอื่นเอาไปใช้จะเกิดผลกระทบอย่างไรบ้าง
1. เสียรายได้ เพราะผู้บริโภคซื้อของปลอม หรือสินค้าลอกเลียนแบบ อาจจะด้วยความตั้งใจที่เห็นว่าราคาถูกกว่า หรือไม่ตั้งใจ เพราะไม่รู้จักแบรนด์นั้น แต่ก็ทำให้เจ้าของตัวจริงอย่างเราสูญเสียรายได้ที่สมควรจะได้รับอย่างช่วยไม่ได้
2. เสียชื่อเสียง สินค้าไทยนั้นขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพดีจนหลายประเทศให้การยอมรับ แต่หากถูกนำไปลอกเลียนแบบก็อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่ามักไม่ได้มาตรฐาน จึงอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจคุณภาพหรือบริการผิดไป คิดว่าสินค้าแบรนด์นั้นคุณภาพไม่ดีหรือด้อยลง ก็จะพูดถึงในแง่ลบ ทำให้สินค้าตัวจริงเสียภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค
3. เสียโอกาส เนื่องจากภาพลักษณ์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเข้าไปขายในตลาดใหม่ทั้งในและนอกกลุ่มอาเซียน ซึ่งหากมีคนทำของปลอมลอกเลียนแบบและใช้เครื่องหมายการค้าของเรา โดยมีคุณภาพสินค้าที่แย่ จะทำให้ผู้บริโภคไม่เชื่อมั่นในคุณภาพ จนเสียโอกาสเข้าไปขายในตลาดต่างประเทศ
4. เสียเวลา หากเครื่องหมายการค้าของเราถูกคนอื่นตัดหน้านำไปจดทะเบียนก่อน ทำให้ต้องเสียเงินและเวลาไปขึ้นโรงขึ้นศาล ฟ้องร้องว่าใครกันแน่คือเจ้าของที่แท้จริง บ่อยครั้งที่เจ้าของตัวจริงตัดปัญหายอมเสียเงินซื้อเครื่องหมายการค้าที่ถูกคนอื่นขโมยเอาไปจดทะเบียนกลับคืนมา
5. เสียเครื่องหมายการค้า ถ้าหากเครื่องหมายการค้าของเราถูกคนอื่นจดทะเบียนไปแล้ว และไม่สามารถทำอะไรได้ ก็ต้องยอมตัดใจ หันมาปรับตัว และเรียนรู้เป็นบทเรียนราคาแพงให้ตัวเอง
อย่างเช่น เจ้าของธุรกิจออกแบบและผลิตอะไหล่รถจักรยานยนต์รายหนึ่ง ที่แรกเริ่มไม่ได้คิดจะส่งสินค้าออกไปขายยังต่างประเทศ จึงจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยเท่านั้น แต่สินค้ากลับขายดิบขายดีจนมีชาวต่างชาติมาสั่งซื้อไปขายในเวียดนามและอินโดนีเซียอยู่หลายปี กระทั่งวันหนึ่งเจ้าของธุรกิจท่านนี้มองเห็นโอกาสจึงต้องการเข้าไปบุกตลาด 2 ประเทศนี้ด้วยตัวเอง ถึงได้รับรู้ความจริงว่า เครื่องหมายการค้าของตัวเองที่สร้างมากับมือนั้น ถูกคู่ค้าของธุรกิจนำไปจดทะเบียนใน 2 ประเทศนี้เรียบร้อยแล้ว จากเจ้าของสินค้าตัวจริงก็กลายเป็นสินค้าลอกเลียนแบบทันทีโดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย เขาจึงทำได้เพียงปรับตัวมาเป็นผู้รับจ้างผลิตสินค้า (OEM) ส่งให้แบรนด์ที่กลายเป็นของคนอื่น แต่จากบทเรียนนี้ทำให้เขาต้องสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมา และเมื่อต้องเปิดตลาดในต่างประเทศอีกครั้ง สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศนั้น
แน่นอนว่ากว่าที่เครื่องหมายการค้าของธุรกิจ จะสร้างมาจนกลายเป็นที่รู้จักนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และในโลกความเป็นจริงก็มีคนที่ทำธุรกิจแบบฉวยโอกาสลักษณะนี้อยู่ทั่วโลก ดังนั้นสิ่งที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องทำก่อนจะส่งสินค้าไปขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะบุกตลาดส่งไปขายเองหรือผ่านตัวแทนจำหน่าย ก็คือนำเครื่องหมายการค้าของคุณไปจดทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ และจดทะเบียนในประเทศคู่ค้านั้นเอาไว้ด้วย นอกจากนี้เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว มีอายุความคุ้มครองจำกัด เมื่อถึงเวลาครบกำหนดเจ้าของธุรกิจต้องไม่ลืมไปต่ออายุความคุ้มครองด้วย
แหล่งข้อมูล :
เครื่องหมายการค้า
บทบาทและความสำคัญของเครื่องหมายการค้าในเชิงพาณิชย์
เครื่องหมายการค้ารู้น้อยไปเสียหายได้
ข้อมูลบนโลกออนไลน์ที่เผยแพร่แก่สาธารณะ

องค์ความรู้เพื่อการให้บริการแก่ SMEs จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้น
สำหรับหน่วยให้บริการ SMEs ภายใต้โครงการศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจร
จัดทำ ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2560
การอ่าน
205 ครั้ง (ทั้งหมด)
0 ครั้ง โดยสมาชิก
205 ครั้ง โดยสาธารณะ
แชร์เนื้อหาไปบนสื่อสังคมออนไลน์
แชร์ลิงค์
Use permanent link to share in social media
แชร์ด้วยอีเมล

กรุณา ลงชื่อเข้าระบบ เพิ่มแชร์เนื้อหานี้ webpage ทางอีเมล